FMP logo จำหน่ายอาหารสุนัขและอาหารแมว จัดส่งเร็วทั่วประเทศ สั่งออนไลน์ได้ทันที
ยินดีต้อนรับ... your account
view cart
การอ่านฉลากอาหารสุนัข

การรู้จักวิธีการเลือกซื้ออาหารที่ดีที่สุดให้กับสุนัขเป็นหนทางนำไปสู่สุขภาพที่ดีเยี่ยมและอายุยืนยาว แต่โดยมากเรามักจะมึนงงและสับสนกับฉลากอาหารสัตว์ จนไม่สามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้ วันนี้เราจึงขอเสนอ 9 ขั้นตอนง่ายๆในการอ่านฉลากเพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น และยังสามารถเปรียบเทียบอาหารแต่ละสูตรแต่ละยี่ห้อได้ดีขึ้นด้วย

  1. เรียนรู้ที่จะมองข้ามชื่อยี่ห้ออาหารสุนัข คำโฆษณา หรือชื่อสูตรของอาหาร ที่ฟังดูสวยหรู
    จำไว้ว่าเราต้องโดยมุ่งไปที่การอ่านฉลากเป็นหลัก

  2. มองหา Guaranteed Analysis
    ซึ่งจะมีการแสดงถึง % ของโปรตีน ไขมัน ใยอาหาร และความชื้น ของอาหารสุนัขยี่ห้อนั้นๆ แต่ % ที่แสดงยังไม่ได้เอาความชื้นออกไป ดังนั้นการจะเปรียบเทียบว่ายี่ห้อนี้มีโปรตีนมากกว่าหรือน้อยกว่าอีกยี่ห้อนั้น จำเป็นต้องคำนวณแบบเอาความชื้นออกไปก่อนจึงจะเปรียบเทียบกันได้ ซึ่งความชื้นในอาหารมีตั้งแต่ 6% ไปจนถึง 80% ต้องอาศัยการคำนวณง่ายๆมาช่วย

  3. จำไว้ว่าดูแค่เปอร์เซ็นอย่างเดียวไม่ได้
    เพราะถึงแม้จะมีเปอร์เซ็นโปรตีนสูงเมื่อคำนวณเอาความชื้นออกไปแล้ว เราจำเป็นต้องทราบแหล่งที่มาของโปรตีนดังกล่าวด้วย วิธีการคือดูที่ส่วนผสม 5 ลำดับแรกซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของอาหาร ดังนั้นเนื้อสัตว์ควรจะมาเป็นอันดับแรกของส่วนผสม เปอร์เซ็นโปรตีนสูงไม่จำเป็นว่าสุนัขจะสามารถเอาไปใช้งานได้ทั้งหมดเพราะอาจมาจากโปรตีนคุณภาพไม่ดีก็ได้เช่น หัวไก่ ตีนไก่ หรือแม้กระทั่งโปรตีนจากพืช ซึ่งตรงนี้เค้าจะเอาทุกอย่างคิดเป็นโปรตีนรวมออกมา ต้องพิจารณาให้ดี

  4. จำไว้ว่าผู้ผลิตอาหารสามารถเขียนข้อมูลให้เราไขว้เขวได้
    ยกตัวอย่างเช่น แยกส่วนผสม(ที่มาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ) ออกเป็นชื่อที่แตกต่างกันเพื่อให้ส่วนผสมนั้นไม่ไปอยู่เป็นส่วนผสมแรกของอาหาร

  5. เลือกซื้ออาหารที่ไม่มีส่วนผสม by-products และเลี่ยงการเติมสี แต่งรส เติมน้ำตาล และสารกันบูดโดยเฉพาะ BHA และ BHT

  6. คำนวณราคาต่อน้ำหนักในการเปรียบเทียบ

  7. ตรวจสอบว่าอาหารได้รับการรับรองว่ามีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะกับการนำไปเลี้ยงสุนัขหรือไม่
    โดยมองหาคำว่า "(Name of product) is formulated to meet the nutritional levels established by the AAFCO (Dog/Cat) Food Nutrient Profiles."
    หรือคำว่า : "Animal feeding tests using AAFCO procedures substantiate that (name of product) provides complete and balanced nutrition."
    และอย่าลืมอ่านฉลากว่าเป็นอาหารสำหรับช่วงอายุใดของสุนัข โดยเฉพาะลูกสุนัขและสุนัขที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์จะต้องการสารอาหารที่แตกต่างจากสุนัขโตทั่วไป

  8. อ่านวิธีการให้อาหารสุนัข
    อาหารสุนัขแต่ละยี่ห้อจะมีปริมาณที่เหมาะสมในการนำไปให้สุนัขรับประทานต่างกัน ควรอ่านอย่างละเอียด
    และควรอ่านปริมาณแคลอรี่ของอาหารด้วย โดยเฉพาะสุนัขที่มีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไปหรือป่วย ยิ่งต้องพิจารณาปริมาณแคลอรี่ที่ควรได้รับ หรืออาจปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมอีกครั้ง

  9. ควรรู้เท่าทัน โดยเฉพาะคำสวยหรู เช่น natural organic หรือ premium เป็นต้น เพราะคำเหล่านี้มักถูกนำมาใช้เพื่อการโฆษณาโดยขาดการรับรองอย่างเป็นทางการ
    คำว่า natural มักหมายถึงไม่มีการใช้สารเคมี ไม่แต่งสี แต่งรส
    คำว่า premium หรือ gourmet หรือคำที่ใกล้เคียงก็เป็นคำเพื่อการโฆษณาว่าอาหารนี้สามารถบริโภคได้เท่านั้น
    คำว่า organic pet food ก็หมายถึงไม่มีการเติมสารเคมีลงไปในอาหาร เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้
    ทั้ง 9 ข้อเป็นแนวทางง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้ออาหารสุนัขอย่างฉลาด เพื่อให้ได้อาหารคุณภาพดีสำหรับสุนัขอย่างแท้จริง

ข้อมูลจาก Wikihow เรื่อง Read a Pet Food Label

บทความน่าสนใจอื่นๆ

วิธีการเลือกซื้ออาหารสุนัขแบบเม็ด
13 อันดับประเภทอาหารสุนัข เรียงตามลำดับจากดีที่สุดถึงแย่ที่สุด

anf Earthborn Holistic pedigree pronature pro plan royal canin hill's science diet smartheart vitalife